พื้นกลีบกับแนวสี
คำว่าสีขาวครีมและสีชมพูไม่ได้ขัดกัน เพราะอธิบายคนละบริเวณของกลีบ พื้นกลีบเป็นสีอ่อน ขณะที่แนวกลางกลีบมีสีชมพู แดง หรือม่วง จึงเห็นสีโดยรวมต่างกันตามมุมมอง
รู้จักดอกยางนาจากพื้นกลีบสีขาวครีม แนวสีชมพู และกลีบที่บิดคล้ายกังหัน พร้อมเข้าใจส่วนประกอบของดอก ช่อดอก และฤดูกาลออกดอก
ดอกยางนามีกลีบดอกห้ากลีบ สีขาวครีมและมีแนวสีชมพูถึงแดงหรือม่วงบริเวณกลางกลีบ กลีบบิดเรียงคล้ายกังหัน ออกเป็นช่อสั้นตามซอกใบ จึงอาจมองเห็นเป็นดอกสีชมพูเมื่อดูจากระยะไกล
สำหรับชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อเรียกท้องถิ่น และข้อมูลภาพรวม อ่านได้ที่ ต้นยางนา
แผ่นพับกรมป่าไม้บรรยายดอกสีชมพู ขอบกลีบขาว ส่วน NParks อธิบายพื้นกลีบขาวครีมมีแถบชมพู แดง หรือม่วงตรงกลาง จึงควรมองทั้งพื้นกลีบและแนวสี ไม่ใช้สีเดียวเป็นข้อกำหนดตายตัว
| ส่วนของดอก | จุดสังเกต |
|---|---|
| กลีบดอก | ห้ากลีบ บิดเรียงคล้ายกังหัน กรมอุทยานฯ ระบุกลีบยาวประมาณ 3 เซนติเมตร |
| ช่อดอก | ช่อสั้นตามซอกใบ กรมอุทยานฯ ระบุช่อยาวได้ถึง 10 เซนติเมตร ช่อแยกแขนงมี 3–5 ดอก |
| กลีบเลี้ยง | อยู่บริเวณฐานดอกและคงอยู่หลังดอกบาน บางกลีบขยายเป็นปีกในระยะผล |
| กลิ่น | มีรายงานว่าดอกมีกลิ่นหอม แต่ความรู้สึกต่อกลิ่นไม่ใช่เกณฑ์ยืนยันชนิด |
ขนาดกลีบดอกไม่ใช่เส้นผ่านศูนย์กลางดอกทั้งดอก และขนาดช่อไม่ใช่จำนวนดอกทั้งหมดบนกิ่ง จึงควรอ่านหน่วยและส่วนที่วัดให้ตรงกัน
แม้จะมีคำว่า “กลีบ” เหมือนกัน แต่กลีบดอกและกลีบเลี้ยงเป็นโครงสร้างคนละส่วน การแยกสองคำนี้ช่วยให้เข้าใจทั้งรูปร่างดอกบานและสิ่งที่ยังคงอยู่หลังกลีบดอกร่วง
แผ่นพับกรมป่าไม้ระบุช่วงออกดอกประมาณธันวาคม–มกราคม ข้อมูล World Agroforestry กล่าวถึงการเริ่มออกดอกต้นเดือนธันวาคม ช่วงดังกล่าวใช้เป็นแนวทางเฝ้าสังเกต ไม่ใช่กำหนดที่เหมือนกันทุกพื้นที่หรือทุกปี
ช่วงออกดอกของชนิดพืชไม่ใช่ระยะเวลาที่ดอกหนึ่งดอกบานอยู่ และไม่ได้หมายความว่าทุกต้นจะเริ่มบานพร้อมกัน ข้อมูลฤดูกาลจึงช่วยอธิบายช่วงที่อาจพบดอก มากกว่าจะระบุวันบานของต้นใดต้นหนึ่ง
คำว่าสีขาวครีมและสีชมพูไม่ได้ขัดกัน เพราะอธิบายคนละบริเวณของกลีบ พื้นกลีบเป็นสีอ่อน ขณะที่แนวกลางกลีบมีสีชมพู แดง หรือม่วง จึงเห็นสีโดยรวมต่างกันตามมุมมอง
กลีบดอกห้ากลีบเรียงบิดไปในลักษณะที่ทำให้เห็นรูปทรงคล้ายกังหัน คำนี้อธิบายการเรียงของกลีบ ไม่ได้หมายถึงการหมุนของดอกขณะอยู่บนต้น
ดอกหนึ่งดอกกับช่อดอกเป็นคนละส่วน ช่อสั้นที่ออกตามซอกใบมีดอกย่อยอยู่ร่วมกัน ขนาดช่อจึงไม่ใช่ขนาดของดอกเดี่ยว
บทบาทหลักของดอกคือการสืบพันธุ์ ดอกยางนามีทั้งส่วนเพศผู้และเพศเมีย เมื่อเกิดการผสมและพัฒนาต่อได้ รังไข่จึงพัฒนาเป็นผล ส่วนกลีบเลี้ยงคงอยู่และขยายเป็นปีก ไม่ใช่กลีบดอกที่กลายเป็นปีก
อ่านโครงสร้างและการพัฒนาในระยะถัดไปที่ ลูกยางนา ผลและเมล็ด การมีดอกไม่ได้รับประกันว่าทุกดอกจะพัฒนาเป็นผลสมบูรณ์
ในด้านการเรียนรู้ ดอกช่วยใช้สังเกตวงจรชีวิตและประกอบการระบุชนิด ไม่ควรนำงานวิจัยของดอกไม้สกุลยางชนิดอื่นมาอ้างเป็นสรรพคุณของดอกยางนา หากต้องการภาพรวมการใช้ส่วนอื่น อ่าน ประโยชน์ของต้นยางนา
ความยาวกลีบวัดเฉพาะกลีบหนึ่งกลีบ ส่วนความกว้างของดอกเป็นระยะของดอกทั้งดอก จึงไม่ควรใช้ตัวเลขความยาวกลีบแทนเส้นผ่านศูนย์กลางดอก
ซอกใบคือบริเวณมุมระหว่างใบกับกิ่ง คำว่าออกดอกตามซอกใบจึงบอกตำแหน่งช่อบนกิ่ง ไม่ใช่ดอกที่เกิดตรงปลายแผ่นใบ
ดอกสมบูรณ์เพศบอกว่ามีส่วนเพศผู้และเพศเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าทุกดอกจะติดผล เพราะการผสมและการพัฒนาต่อเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง
การออกดอกเกิดก่อนการพัฒนาเป็นผล ช่วงเดือนที่ระบุว่าออกดอกจึงไม่ใช่ช่วงเก็บผล และไม่ควรนำสองช่วงนี้มาใช้แทนกัน
พื้นกลีบขาวครีม มีแนวสีชมพูถึงแดงหรือม่วงบริเวณกลางกลีบ เอกสารไทยจึงมักบรรยายว่าเป็นดอกสีชมพูขอบขาว
กรมป่าไม้ระบุประมาณเดือนธันวาคม–มกราคม แต่ช่วงที่พบจริงอาจแตกต่างตามพื้นที่และสภาพอากาศในแต่ละปี
ดอกเป็นส่วนสืบพันธุ์ ส่วนลูกยางนาเป็นผลที่พัฒนาต่อมา ปีกของผลเกิดจากกลีบเลี้ยงที่ขยายตัว ไม่ใช่กลีบดอก
ดอกทำหน้าที่สืบพันธุ์และพัฒนาไปสู่การติดผลเมื่อเงื่อนไขเหมาะสม อีกทั้งใช้สังเกตวงจรชีวิตและประกอบการจำแนกชนิดของต้น
ตรวจสอบข้อมูลเมื่อ 1 ตุลาคม 2569
แจ้งจำนวน ขนาดที่ต้องการ และจังหวัดปลายทาง เพื่อสอบถามต้นที่มีจำหน่ายและรายละเอียดการจัดส่ง